ถ้าคุณเป็น HR ที่ต้องดูแลเรื่องวีซ่าทำงานให้พนักงานต่างชาติ คุณคงรู้ดีว่างานนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ใช่แค่กรอกฟอร์มแล้วเสร็จ ต้องมีการประสานงานหลายแผนก ทั้งบัญชี กฎหมาย และผู้บริหาร บางทีไปถึงตม.แล้วถึงรู้ว่าเอกสารไม่ครบ ต้องนัดใหม่ ส่งผลให้พนักงานไม่สามารถทำงานต่อได้ทันที
โดยเฉพาะถ้าคุณต้องดูแลหลายคนในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน การวางแผนและเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่รอบแรกจึงสำคัญมาก
บทความนี้เราจะสรุปให้คุณว่า การต่อวีซ่า Non-B ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แบ่งเป็นหมวดชัดเจน พร้อมบอกจุดที่ HR มักพลาด จากประสบการณ์จริงที่ RLC ดูแลลูกค้ามา
ท้ายบทความเราได้จัดทำ Checklist รวบรวมรายการเอกสารทุกชิ้น พร้อมบอกแหล่งที่มาว่าต้องไปขอจากหน่วยงานไหน และมีหมายเหตุสำคัญที่ต้องระวังไว้ให้ดาวน์โหลดไปอ่านฟรี เพื่อให้คุณเช็กได้ครบถ้วนและไม่พลาดจุดสำคัญ
ต่อวีซ่า Non-B ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
จากประสบการณ์การยื่นงานจริง เราได้แบ่งเอกสารออกเป็น 4 หมวดหมู่หลักดังนี้:
- เอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสรรพากร – เอกสารที่ต้องไปคัดจากหน่วยงานราชการ
- แบบฟอร์มจากตรวจคนเข้าเมือง – แบบฟอร์มที่ใช้ยื่นตอนไปตม.
- เอกสารภายในบริษัทและของพนักงานที่ยื่นคำขอ – เอกสารที่คุณต้องจัดเตรียมเอง
- เอกสารเฉพาะธุรกิจ – ใบอนุญาตต่างๆ ตามประเภทกิจการ
การแบ่งหมวดหมู่แบบนี้จะช่วยให้คุณวางแผน Timeline ได้ดีขึ้น เพราะบางอย่างต้องใช้เวลาหลายวันในการไปขอจากหน่วยงานต่างๆ
1) เอกสารต่อวีซ่า Non-B ที่ต้องขอจากสรรพากร และกรมพัฒฯ
นี่คือส่วนที่ใช้เวลามากที่สุด และเป็นส่วนที่ HR ต้องประสานกับทีมบัญชีและกฎหมายเพื่อไปคัดเอกสารจากกรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ออกเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการต่อวีซ่า Non-B
เอกสารที่ต้องเตรียม:
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- งบการเงินและแบบนำส่ง
- ภ.ง.ด.1 ย้อนหลัง
- ภ.ง.ด.91 ของพนักงานที่ยื่นคำขอ
สิ่งที่ HR ต้องระวัง:
- ต้องเป็นฉบับคัดรับรองจากหน่วยงาน ไม่ใช่ถ่ายเองหรือปริ้นต์จากระบบออนไลน์
- เอกสารบางอย่างต้องแนบใบเสร็จรับเงินประกอบด้วย
- เอกสารส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนจากวันที่คัด
- ควรเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อย 1-3 วันทำการ เผื่อกรณีต้องไปแก้ไขหรือขอเพิ่มเติม
Tips: ถ้าบริษัทมีพนักงานต่างชาติหลายคนที่ต้องต่อวีซ่าในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน ควรไปคัดเอกสารจาก DBD เป็นชุดเลยในรอบเดียว จะได้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
เว็บไซต์ทางการ: กรมสรรพากร, สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
2) แบบฟอร์มต่อวีซ่า Non-B ที่ต้องขอจาก ตม.
แบบฟอร์มที่ต้องใช้:
- ตม.7 แบบคำขออนุญาตอยู่ต่อ
- สตม.1 หนังสือรับรองการเข้าทำงาน
- แบบฟอร์มรับทราบแนวทางการห้ามเข้าราชอาณาจักร
- สตม.2 หรือเอกสารเพิ่มเติมที่เจ้าหน้าที่อาจขอในวันยื่น
สิ่ง HR ต้องระวัง:
- ต้องเป็นต้นฉบับจากตม.เท่านั้น ห้ามใช้ฉบับถ่ายหรือดาวน์โหลดจากอินเทอร์เนต
- ต้องติดรูปถ่าย 4×6 ซม. ของพนักงานที่ยื่นคำขอ
- พนักงานต้องลงนามด้วยตนเองทุกหน้า (HR ต้องช่วยเตือนและเช็กก่อนยื่น)
เว็บไซต์ทางการ : สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
3) เอกสารบริษัทที่ใช้ต่อวีซ่า Non-B มีอะไรบ้าง?
ส่วนนี้คือความรับผิดชอบหลักของคุณในฐานะ HR ของบริษัทที่ต้องรวบรวมและจัดเตรียมให้ครบถ้วน:
รายการเอกสาร:
- สำเนาพาสปอร์ตของพนักงาน
- สำเนาใบอนุญาตทำงาน
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- หนังสือมอ่บอำนาจ
- แผนที่ตั้งบริษัท
- ภาพถ่ายสถานที่ประกอบการ (ภายใน-ภายนอก)
จุดที่ HR มักพลาด และต้องกลับไปแก้ไข:
- ภาพถ่ายภายนอกไม่ชัดหรือไม่เห็นป้ายบริษัท
- ภาพถ่ายภายในไม่มีคนหรือดูไม่เหมือนสถานที่ทำงานจริง
- หนังสือมอบอำนาจไม่ครบถ้วน
- ลืมให้กรรมการลงนามและประทับตราบริษัท
4) ใบอนุญาตตามประเภทธุรกิจเพื่อต่อวีซ่า Non-B
ถ้าบริษัทของคุณอยู่ในธุรกิจที่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษ ต้องเตรียมแนบไปด้วย เช่น:
- ใบอนุญาตโรงงาน (สำหรับโรงงาน)
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยว (สำหรับบริษัททัวร์)
- ใบอนุญาตเฉพาะทางอื่นๆ ตามประเภทกิจการ
สิ่ง HR ควรรู้: เช็กกับทีมกฎหมายหรือผู้บริหารว่าบริษัทมีใบอนุญาตพิเศษอะไรบ้าง และเตรียมสำเนาที่รับรองแล้วไว้ล่วงหน้า
ยื่นวีซ่าทำงานไม่ผ่านเพราะอะไร
จากประสบการณ์ที่เราดูแลลูกค้ามานาน นี่คือสิ่งที่ HR มักพลาดและทำให้เกิดปัญหา:
- ใช้เอกสารที่หมดอายุแล้ว – เอกสาร DBD ส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน บาง HR เก็บเอกสารไว้นาน พอไปยื่นถึงรู้ว่าหมดอายุแล้ว ต้องกลับไปคัดใหม่
- ลืมให้กรรมการลงนามและประทับตรา – เอกสารหลายฉบับต้องมีลายเซ็นต์กรรมการและตราบริษัท แต่บาง HR รีบส่งเอกสารไปให้พนักงานโดยยังไม่ได้เซ็นครบ
- ยื่นต่อวีซ่าช้าเกินไป – วีซ่า Non-B สามารถยื่นขอต่อได้ล่วงหน้า 45 วัน แต่ระยะเวลารอพิจารณาอาจใช้เวลานานถึง 30 วัน ถ้ายื่นช้าเกินไป พนักงานอาจต้องหยุดทำงานรอผล
- ภาพถ่ายสถานที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด – หลาย HR ถ่ายรูปแบบผ่านๆ ไม่ได้เช็กรายละเอียด พอไปยื่นถึงโดนปฏิเสธ
ต่อวีซ่า Non-B ใช้เวลากี่วัน?
เพื่อให้การต่อวีซ่า Non-B ดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงที่เอกสารล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน แนะนำให้คุณวางแผนล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1–2 เดือน โดยสามารถใช้ไทม์ไลน์ด้านล่างนี้เป็นแนวทางในการเตรียมเอกสารและประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ
ระยะเวลา | สิ่งที่ต้องทำ |
60 วันก่อนหมดอายุ | เริ่มเช็กเอกสารและประสานทีมต่างๆ |
45 วันก่อนหมดอายุ | ไปคัดเอกสาร DBD และสรรพากร |
30 วันก่อนหมดอายุ | รวบรวมเอกสารครบและยื่นที่ตม. |
หลังยื่น | ติดตามสถานะและรอผล (ประมาณ 30 วัน) |
เอกสารต่อวีซ่า Non-B ต้องขอจากไหน?
ที่ RLC Outsourcing เราได้จัดทำ Checklist วีซ่า Non-B ที่รวบรวมรายการเอกสาร พร้อมระบุ แหล่งที่มา + หมายเหตุสำคัญ เอาไว้แล้ว รวมถึงรวบรวม คำถามที่พบบ่อย จาก HR เพื่อช่วยให้คุณเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่รอบแรก
ส่วนเอกสารที่ใช้ต่ออายุวีซ่า สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการยื่นต่ออายุ Visa Non-B ได้ที่เว็บไซต์ทางการ : สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
สรุป
การต่ออายุวีซ่า Non-B อาจดูซับซ้อนในตอนแรก แต่ถ้าคุณมี Checklist ที่ดี + Timeline ที่ชัดเจน + มีระบบ Track เอกสาร เหมือนที่ RLC Outsourcing ทำ การทำงานของคุณก็จะง่ายขึ้นเยอะและลดโอกาสที่จะต้องยื่นซ้ำ
อย่าลืมว่าการเตรียมเอกสารล่วงหน้าไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียดของคุณ แต่ยังทำให้พนักงานต่างชาติรู้สึกว่าบริษัทดูแลพวกเขาเป็นอย่างอย่างดี
RLC ช่วยคุณได้อย่างไร
ถ้าคุณรู้สึกว่าการยื่นวีซ่าซับซ้อนเกินไป หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและประสานงานให้ RLC Outsourcing พร้อมรับบริการดูแลเรื่องวีซ่าแบบครบวงจร ตั้งแต่เตรียมเอกสาร ไปยื่นที่ตม. จนติดตามผลให้คุณค่ะ
📞 โทร: 02-096-36955
💬 Line: @rlco
📧 อีเมล: info@rlcoutsourcing.com