ใครว่าเที่ยวแล้วไม่มีอะไรคืน? ปีนี้เที่ยวทั่วไทยแล้วได้ลดหย่อนภาษีด้วยนะ! รัฐบาลเปิดตัวโครงการ “เที่ยวดีมีคืน 2568″ ที่จะทำให้คุณเที่ยวสนุก จ่ายน้อยลง และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวไปพร้อมกัน มาดูกันว่าโครงการนี้มีอะไรดีบ้าง และจะใช้สิทธิ์ให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร
เที่ยวลดภาษี ได้จริง! รู้ไว้ก่อนพลาดทีหลัง
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าสมมติคุณมีเงินเดือน 40,000 บาท (เสียภาษี 10%) วางแผนเที่ยวเชียงรายในงบ 20,000 บาท คุณจะประหยัดภาษีได้จริงถึง 3,000 บาท!
ฟังดูดีเกินจริงใช่ไหม? แต่นี่คือสิ่งที่โครงการ “เที่ยวดีมีคืน 2568″ ทำได้จริง!
มาดูกันว่าคุ้มแค่ไหน
สิ่งที่คุณจะได้จากโครงการนี้
- ใช้จ่าย 20,000 บาท แต่ลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท!
ตัวอย่าง: ถ้าคุณเที่ยวเมืองรองและจ่ายเงิน 20,000 บาท คุณจะได้ลดหย่อนภาษีถึง 30,000 บาท เพราะคำนวณแบบ 1.5 เท่า นี่คือจุดเด่นสุดๆ ของโครงการนี้ - 55 จังหวัดทั่วไทยรอคุณอยู่
รัฐบาลเลือกจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง 55 แห่ง ให้คุณได้สิทธิพิเศษ 1.5 เท่า ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทั้งเชียงราย น่าน เลย มุกดาหาร ตรัง ระนอง มีให้เลือกเพียบ ไปที่ไหนก็ได้คุ้ม!
- ใช้คู่กับ ‘คนละครึ่งพลัส’ ได้ด้วย
นี่คือเคล็ดลับสุดปัง! ใช้คนละครึ่งพลัสจ่ายครึ่งหนึ่ง แล้วเอาอีกครึ่งที่จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษีอีกรอบ ประหยัดซ้อนประหยัด คุ้มสุดในรอบปี!
โครงการนี้ เหมาะกับใครบ้าง
✅ คนที่ชอบเที่ยว – เที่ยวอยู่แล้วได้ลดภาษีด้วย
✅ มีรายได้ต้องเสียภาษี – ยิ่งเสียภาษีมากยิ่งคุ้ม
✅ วางแผนเที่ยวปลายปี – ช่วง 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68
✅ อยากช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่น – เที่ยวเมืองรองได้ประโยชน์สูงสุด
สรุปง่ายๆ: โครงการนี้คือการเที่ยวไทยแบบ “เที่ยวไปลดภาษีไป” ยิ่งเที่ยวเมืองรองยิ่งคุ้ม ยิ่งใช้ร่วมกับโครงการอื่นยิ่งปัง และที่สำคัญคือ ทำง่ายมาก แค่เก็บใบกำกับภาษีไว้ยื่นลดหย่อนปีหน้า ก็จบ!
พร้อมแล้วใช่ไหม? อ่านต่อเลยจะได้ไม่พลาดทุกรายละเอียด
เที่ยวดีมีคืน 2568 ใช้ได้ถึงวันไหน
ระยะเวลาใช้จ่าย: 29 ตุลาคม 2568 – 15 ธันวาคม 2568
ค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ต้องเกิดขึ้นภายในช่วงเวลานี้เท่านั้น โดยดูจากวันที่ในใบกำกับภาษีเป็นสำคัญ ส่วนการยื่นลดหย่อนภาษีจะทำในช่วงต้นปี 2569 เมื่อถึงเวลายื่นภาษีเงินได้ประจำปี 2568
ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแบบไหนได้บ้าง
โครงการนี้แบ่งสิทธิออกเป็น 2 ระดับตามประเภทจังหวัดที่ไปเที่ยว:
แบบที่ 1: เที่ยวเมืองหลัก – ลดหย่อน 1 เท่า
นำค่าใช้จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนที่จ่ายไป
- ตัวอย่าง: จ่ายไป 10,000 บาท → ลดหย่อนได้ 10,000 บาท
- วงเงินสูงสุด 20,000 บาท
แบบที่ 2: เที่ยวเมืองรอง – ลดหย่อน 1.5 เท่า (คุ้มสุด!)
นี่คือไฮไลท์ของโครงการเลย! เที่ยวเมืองรองแล้วได้ลดหย่อนภาษีถึง 1.5 เท่าของยอดที่จ่ายจริง
เช่น
- จ่ายค่าที่พัก 10,000 บาท → นำไปลดหย่อนได้ 15,000 บาท
- จ่าย 20,000 บาท → คิดเป็นยอดลดหย่อนเต็มสิทธิ์ 30,000 บาท
ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณเงินเดือน 40,000 บาท/เดือน (เสียภาษีอัตรา 10%) คุณจะประหยัดภาษีได้ 3,000 บาท ส่วนคนที่เงินเดือนสูงขึ้นก็จะยิ่งประหยัดได้มากขึ้นตามอัตราภาษีนั้นๆ!
ตัวอย่างการคำนวณ (แบบเข้าใจง่าย)
รายการ | ยอดใช้จ่ายจริง | คิดค่าลดหย่อน | ยอดลดหย่อนที่นำไปหักภาษี | ประหยัดภาษี (ถ้าอยู่อัตรา 10%) |
เที่ยวเมืองหลัก | 10,000 บาท | x1.0 | 10,000 บาท | 1,000 บาท |
เที่ยวเมืองรอง | 10,000 บาท | x1.5 | 15,000 บาท | 1,500 บาท |
เที่ยวเมืองรอง (เต็มสิทธิ์) | 20,000 บาท | x1.5 = 30,000 | ลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท | ประหยัดภาษี 3,000 บาท |
หมายเหตุ: การ “ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า” หมายถึง ยอดที่นำไปคำนวณลดหย่อน จะคูณด้วย 1.5 ไม่ได้หมายถึงได้เงินคืน 1.5 เท่าของที่จ่ายจริง เช่น จ่าย 10,000 → ลดหย่อน 15,000 (ไม่ใช่ได้เงินคืน 15,000)
55 จังหวัดเมืองรอง มีจังหวัดไหนบ้าง
รัฐบาลคัดเลือก 55 จังหวัดทั่วไทยที่จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า (รายชื่อพื้นที่บางอำเภอในจังหวัด 15 จังหวัด)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เวปไซต์กรมสรรพากร หรือ คลิกที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดมาตรการเพิ่มเติม
หมายเหตุ: ควรเช็ครายชื่อจังหวัดอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากรก่อนเดินทางเพื่อความแน่ใจ
ค่าใช้จ่ายที่เอามาลดหย่อนภาษีได้ มีอะไรบ้าง
✅ สิ่งที่ใช้ได้
1. ค่าที่พัก
- โรงแรมที่จดทะเบียน VAT
- โฮมสเตย์ที่จดทะเบียน VAT
- ที่พักประเภทอื่นๆ ที่จดทะเบียน VAT (เกสต์เฮ้าส์, รีสอร์ท, โฮสเทล)
2. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม
- ร้านอาหารที่จดทะเบียน VAT
- ร้านกาแฟที่จดทะเบียน VAT
❌ สิ่งที่ใช้ไม่ได้
- ค่าเดินทาง (เครื่องบิน, รถทัวร์, รถไฟ)
- ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว
- ค่าซื้อของฝาก
- ค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากที่พักและอาหาร
ต้องขอใบกำกับภาษีแบบไหนถึงจะลดหย่อนได้ครบ
นี่คือส่วนที่หลายคนสับสนกันมาก ต้องอ่านให้จบเลยนะครับ:
10,000 บาทแรก
- ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีกระดาษ (แบบเก่า)
- หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) (แนะนำ)
10,001 ขึ้นไป
- ต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น!
- ใช้ใบกระดาษไม่ได้แล้ว
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ:
- คุณใช้จ่ายรวม 15,000 บาท
- 10,000 บาทแรก → ใช้ใบกระดาษหรือ e-Tax Invoice ก็ได้
- 5,000 บาทที่เหลือ → ต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น
เคล็ดลับ: แนะนำให้ขอ e-Tax Invoice ตั้งแต่ต้นเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งคำนวณ และยังสะดวกเก็บไฟล์กว่าใบกระดาษอีก
วิธีใช้สิทธิ์เที่ยวดีมีคืนให้คุ้มค่า
ต้องเตรียมตัวยังไง ก่อนใช้สิทธิ์
1. เลือกจังหวัดปลายทาง
- เช็กว่าเป็นเมืองหลักหรือเมืองรอง
- แนะนำเมืองรองเพื่อได้สิทธิ์ 1.5 เท่า
2. ค้นหาที่พักและร้านอาหาร
- ตรวจสอบว่าจดทะเบียน VAT หรือไม่
- โทรสอบถามล่วงหน้าว่าออก e-Tax Invoice ได้ไหม
- บางร้านอาจต้องแจ้งล่วงหน้า
3. ตั้งงบประมาณ
- ถ้าเป็นเมืองรอง จ่าย 20,000 บาท จะลดหย่อนได้ 30,000 บาท (คุ้มสุด!)
- ถ้าเป็นเมืองหลัก จ่าย 20,000 บาท จะลดหย่อนได้ 20,000 บาท
ต้องขอใบกำกับภาษีแบบไหน เพื่อใช้ลดหย่อน
1. เมื่อเช็คอิน/สั่งอาหาร
- แจ้งพนักงานว่า “ขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปด้วยครับ/ค่ะ”
- บอกชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก
2. สำหรับยอดเกิน 10,000 บาท
- ต้องระบุชัดเจนว่า “ขอ e-Tax Invoice ด้วยครับ/ค่ะ”
- ถามว่าจะได้ไฟล์หรือ QR Code สแกน
3. ตรวจสอบใบกำกับภาษี
- ชื่อ-นามสกุล ถูกต้อง
- ที่อยู่ครบถ้วน
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ถูกต้อง
- จำนวนเงินตรงกับที่จ่ายจริง
- วันที่อยู่ในช่วง 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68
ต้องยื่นภาษียังไง ถึงจะใช้สิทธิ์ได้ครบ
1. จัดเก็บเอกสาร
- สร้างโฟลเดอร์แยกตามจังหวัด
- แยกเมืองหลักและเมืองรองให้ชัดเจน
- ถ่ายสำรองไว้ในมือถือหรือ Cloud
2. คำนวณยอดลดหย่อน
- เมืองหลัก: เอายอดจริง
- เมืองรอง: เอายอดจริง x 1.5
3. ยื่นลดหย่อนภาษี (ช่วงมกราคม-มีนาคม 2569)
- เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร
- กรอกข้อมูลในช่องลดหย่อน “ค่าท่องเที่ยวภายในประเทศ”
- แนบไฟล์ใบกำกับภาษีทั้งหมด
สรุป
โครงการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ช่วยให้คุณท่องเที่ยวแล้วลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเที่ยวเมืองหลักหรือเมืองรอง ยอดใช้จ่ายจริงสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1–1.5 เท่า พร้อมทั้งต้องเก็บใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปหรือ e-Tax Invoice ให้ครบ เพียงวางแผนเที่ยว ลองเลือกจังหวัดและเก็บใบเสร็จให้เรียบร้อย คุณก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ครบถ้วนง่าย ๆ ในช่วง 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ค่ะ
FAQ
ไม่ต้องค่ะ! แค่เก็บใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐาน พอถึงเวลายื่นภาษีค่อยนำมาลดหย่อน
ดูวันที่ในใบกำกับภาษีเป็นหลัก ถ้าใบกำกับภาษีออกในช่วง 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 ก็ใช้สิทธิ์ได้
แยกใบกำกับภาษีตามจังหวัดได้เลยค่ะ
- จังหวัดที่เป็นเมืองหลัก คำนวณ 1 เท่า
- จังหวัดที่เป็นเมืองรอง คำนวณ 1.5 เท่า
- รวมยอดทั้งหมดไม่เกิน 30,000 บาท
ได้ค่ะ ถ้าร้านนั้นจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปให้ได้
ได้เฉพาะค่าอาหารที่มีใบกำกับภาษีค่ะ ค่าที่พักไม่นับเพราะไม่ได้จ่ายจริง