รู้จัก HR Tech ตัวช่วยองค์กรยุคใหม่ที่ให้ทำงานง่ายขึ้นกว่าเดิม

รู้จัก HR Tech ตัวช่วยองค์กรยุคใหม่ที่ให้ทำงานง่ายขึ้นกว่าเดิม

รู้จัก HR Tech  ตัวช่วยองค์กรยุคใหม่ที่ให้ทำงานง่ายขึ้นกว่าเดิม

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่ “ทรัพยากรบุคคล” ก็ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้องค์กรทุกยุคทุกสมัยประสบความสำเร็จ ดังนั้นงานของ HR  (Human Resource) หรือ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล จึงไม่เคยลดความสำคัญลงเลย มีแต่จะเพิ่มความสำคัญและซับซ้อนมากขึ้น และเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เหล่า HR มืออาชีพ รวมถึงบริษัท HR Outsourcing ชั้นนำ ซึ่งต้องดูแลพนักงานหลายร้อยหลายพันคน ภายใต้การแข่งขันทางธุรกิจที่พุ่งสูงปรี้ด ทำงานได้ง่ายและดีกว่าเดิมก็คือเครื่องมือที่เรียกว่า  HR Tech   นั่นเอง

HR Tech คืออะไร

HR Tech คืออะไร ?

HR Tech  (HR Technology) คือ การนำเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือ HR  (Human Resource) มาใช้ เพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยากจากการทำงาน โดยปรับให้กระบวนการทำงานทั้งหมด หรือกระบวนการทำงานโดยส่วนใหญ่ กลายเป็นระบบดิจิทัล ทำให้การทำงานนั้นมีความรวดเร็ว มีการจัดการข้อมูล การแบ่งแยกและจัดเก็บข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โปรแกรม Software หรือแพลตฟอร์มที่นำมาใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์นั้นมีมากมาย ตั้งแต่แพลตฟอร์มสำหรับการคัดเลือกคนเข้าทำงาน การบริหารจัดการด้านเงินเดือน การบริหารจัดการเกี่ยวกับวันลา หรือ แพลตฟอร์มสำหรับงานที่มีรายละเอียดมากๆ เช่น ระบบประกันสังคม ระบบการ check-in และ check-out งานตามเวลา เป็นต้น

ดังนั้น HR มืออาชีพขององค์กรยุคใหม่ รวมถึงบริษัท HR Outsourcing หากสามารถนำ  HR Tech  เข้ามาใช้ในองค์กร โดยเลือกระบบการบริหารจัดการหรือแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับองค์กร ก็จะสามารถบริหารทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าจะช่วยให้ทำงานได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้นนั่นเอง

ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใช้ HR Tech

ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใช้  HR Tech

  • HR Tech ตอบโจทย์การบริหารองค์กรยุคใหม่

ในโลกยุคปัจจุบัน ผู้คนทำงานได้จากทุกที่ องค์กรยุคใหม่จึงมีความหลากหลายในการบริหารงาน เราไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัทมาตอกบัตรแบบยุคก่อนๆ บางองค์กรแม้จะผ่านพ้นยุคโควิดไปแล้ว ก็ยังคงใช้ระบบการ Work From Home เพราะมันทั้งลดต้นทุน และให้ประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน ดังนั้น การบริหารงานที่ซับซ้อนและแตกต่างหลากหลายเหล่านี้ จำเป็นต้องมีแพลตฟอร์ม หรือระบบ HR Tech เข้ามารองรับ เพื่อช่วยให้การจัดการบริหารบุคคลเรียบร้อย บุคลากรได้รับความสะดวก และตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบัน

  • HR Tech ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารได้ดี

“HR ครับ ผมอยากทราบว่าในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เราจ่ายค่าเบี้ยขยันให้บุคลากรทั้งหมดไปเท่าไหร่?” คำถามนี้หากไม่มีระบบรองรับ HR คงต้องใช้เวลาในการสืบค้นข้อมูลครู่ใหญ่ แต่หากเรามี HR Teach เช่น  Payroll Software  คลิกเดียวก็สามารถให้ข้อมูลเพื่อซัพพอร์ตการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ของเจ้านายได้  นี่คือตัวอย่างที่  HR Tech เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยสนับสนุนการทำงานของ HR และสนับสนุนการบริหารขององค์กรได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็ว ทันใจ

  • HR Tech ช่วยทำเรื่องซับซ้อน ยุ่งยาก รายละเอียดเยอะ ให้เป็นเรื่องง่าย

HR ทุกคนทราบดีกว่า การดูแลบุคลากรนั้น มีหลากหลายมิติ นอกจากเวลาการทำงาน การจ่ายเงินเดือน วันลามาสาย การประเมินผลการทำงาน แล้ว ยังมีเรื่องของสวัสดิการต่างๆ ประกันสังคม ซึ่งในแต่ละเรื่อง แต่ละหมวดหมู่นั้น มีทั้งขั้นตอนและข้อมูลที่ละเอียดมากมาย หากหน่วยงานมีบุคลากรจำนวนมาก การทำงานของ HR ในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ก็ต้องใช้เวลามาก ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ผู้รับบริการ ได้รับการบริการที่ล่าช้า แต่หากมีเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการ ระบบการทำงานต่างๆ เหล่านี้จะง่าย รวดเร็ว ช่วยให้พนักงานมี Work Life Balance ที่ดี มีความสุขในการทำงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้าง Productivity ที่เพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของบริษัทฯอีกด้วย

แนะนำ HR Tech ที่น่าใช้

แนะนำ  HR Tech ที่น่าใช้

  1. HR Recruiting Software

HR Recruiting Software เป็นระบบที่ช่วยองค์กรในการคัดสรรพนักงาน ช่วยให้องค์กรสามารถสรรหาบุคคลเข้ามาทำงานได้ตรงกับความต้องการ ทั้งนี้ ระบบในการคัดสรรพนักงานนั้น นอกจากจะมีฟังก์ชั่นตั้งแต่การรับสมัคร การทำประกาศต่างๆ แล้ว ยังจะมีความโดดเด่นในเรื่อง การจัดเก็บข้อมูลผู้สมัคร ซึ่งสามารถทำได้อย่างละเอียด เป็นระบบ เรียกดูได้ง่าย สามารถสร้างแบบทดสอบ หรือชุดข้อสอบแบบ Random และแสดงผลการสอบได้อย่างละเอียด รวมถึงการแจ้งเตือนทาง Email เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดขั้นตอนการทำงาน, การติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว

ช่วยให้การจัดสอบคัดเลือกของ HR เป็นเรื่องง่ายขึ้น และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ดูทันสมัยอีกด้วย

  1. Time Attendance Management

Time Attendance Management คือ ระบบบริหารเวลาที่ใช้ในการบริหารและกำกับดูแลการลงเวลาเข้า – ออก ในการทำงานของพนักงาน รวมทั้งช่วยในการประมวลผลเวลาการทำงาน ไม่ว่าจะขาด ลา มาสาย ทำงานนอกเวลา เพื่อส่งข้อมูลเข้าระบบ Payroll ในการคำนวณการจ่ายเงิน การจ่ายเบี้ยขยัน การหักเงินในกรณี ขาดลามาสาย ซึ่งจะเป็นไปตามข้อกำหนดหรือการตั้งค่าต่างๆ ขององค์กร  การใช้ระบบ Time Attendance Management นอกจากช่วยให้การประมวลผลของ HR เป็นไปด้วยความแม่นยำ รวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้พนักงานเกิดความสะดวก สามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาการทำงานของตนเองได้ รวมถึงสามารถกำหนดรูปแบบตารางการทำงานได้ตามความต้องการขององค์กร

  1. Payroll Software /Payroll Outsourcing

ระบบ Payroll เป็นระบบยอดฮิตสำหรับองค์กรยุคใหม่ เพราะใช้ในการคำนวณการจ่ายเงินเดือนและค่าแรงของพนักงาน ซึ่งเป็นงานที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน เพราะการคำนวนเงินเดือนนั้น เกี่ยวพันกับเวลาในการทำงาน เกี่ยวพันกับรายการหัก รายการชำระหนี้ต่างๆ มากมาย การมีระบบ Payroll เข้ามารองรับ จะช่วยให้การทำงานในส่วนนี้มีความถูกต้อง แม่นยำ ประมวลผลได้รวดเร็ว ทั้งนี้ องค์กรหรือ HR สามารถกำหนดสูตรในการคำนวณต่างๆ เช่น การคำนวนเบี้ยขยัน การกำหนดวงเงินการจ่าย การคำนวณภาษี ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยระบบจะตรวจสอบข้อมูล และจำนวนเงินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะมี Payroll Software ช่วยในการทำงาน แต่การทำเงินเดือนก็ยังยุ่งยากยิ่งอยู่ดี โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ ดังนั้น จึงมีทางเลือกที่เหนือกว่าอีกขั้น สำหรับ HR Teach นั่นก็คือผู้ให้บริการทำเงินเดือน (Payroll Outsourcing) ซึ่งเป็นการจ้างให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” เข้ามาจัดการการจ่ายเงินเดือนขององค์กร โดยเสนอโซลูชั่นการจ่ายเงินเดือนที่ยืดหยุ่นและปรับแต่งได้ตามขนาดธุรกิจขององค์กร ช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการทำสิ่งที่ไม่ถนัด หันไปโฟกัสกับธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ซึ่ง Payroll Outsourcing  ก็จะให้บริการจัดการบัญชีเงินเดือน โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่สามารถลดต้นทุนนธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง RLC outsourcing เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการทำเงินเดือนที่หลายๆ องค์กรไว้วางใจ

  1. โปรแกรม Leave Management

Leave Management คือ ระบบที่ช่วยในการจัดการเกี่ยวกับวันหยุดของบริษัทและพนักงาน เป็นตัวช่วยให้การดูแลการ ขาลาหยุด หรือการลางานในรูปแบบต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น  บุคคลากรสามารถยื่นขอ ลาป่วย ลากิจ ได้จากระบบ หรือสามารถกำหนดวันทำงาน วันหยุดงาน การขอแลกเวรต่างๆ ผ่านระบบได้ ทั้งนี้ในส่วนของผู้จัดการก็สามารถอนุมัติ หรือ ปฏิเสธคำขอลาหยุดของพนักงานได้  โดยระบบจะประมวลผลให้แบบเรียลไทม์ และเชื่อมโยงกับระบการทำเงินเดือนได้

  1. Performance Management

Performance Management คือ ระบบที่ช่วยในการบริหารผลการปฏิบัติงาน  เป็นเครื่องมือสำหรับการวางแผนงานร่วมกันภายในทีม รวมถึงเป็นการกำหนดเป้าหมาย, การวัดผล และความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรฐานในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีมหรือองค์กร ทั้งนี้  HR Teach ที่สำคัญๆ ที่ใช้ในระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน มักจะเป็นเรื่องของการ ทำ กำหนดเป้าหมายและภาระงาน การรายงานผลการดำเนินงาน การประเมินผล คะแนนการประเมินผล และการคำนวณเพื่อจัดทำคะแนนการประเมิน อย่างไรก็ตาม เครื่องมือหรือตัวช่วยสำหรับ Performance Management  นั้น มีหลากหลาย ทั้งนี้เครื่องมือที่ดี ควรช่วยสนับสนุน การกำหนดเป้าหมายทั้งในระดับองค์กร ระดับทีม และเป้าหมายส่วนบุคคล รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการปรับเปลี่ยนเป้าหมาย การรายงานผลในระบบจากที่ใด ในเวลาไหนก็ได้ (Work From Anywhere) ซึ่งจะตอบรับกับรูปแบบการทำงานในวิถีปัจจุบัน

สรุป

จะเห็นได้ว่า การใช้งาน HR Tech คือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการองค์กร ทั้งในส่วนของทรัพยากรมนุษย์และระบบบริหารจัดการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคดิจิทัล  HR Tech มีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับองค์กร ซึ่งจะช่วยให้องค์กรยุคใหม่ขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่เคยหยุดรอใคร และสำหรับใครที่กำลังมองหาที่ปรึกษาทางด้านทรัพยากรบุคคลที่สามารถช่วยดูแลตั้งแต่การจ้างงานจนถึงระบบบริหารงานบุคคลกันอยู่ ลองเข้ามาปรึกษา พูดคุยกันได้ที่  RLC outsourcing ที่นี่เรามีผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คำแนะนำและเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมให้กับคุณ