6 เทรนด์ HR น่าจับตามองในปี 2023

อัพเดท เทรนด์ HR 2023  เรื่องที่องค์กรยุคใหม่ต้องรู้

ปี 2022 เป็นปีที่เทรนด์การทำงานของ HR  อยู่ในช่วงการปรับตัว transform จากการทำงานในออฟฟิศ สู่การทำงานในรูปแบบ Work from Home จาก  Work from Home สู่ work from anywhereพร้อมทั้งการค้นหาแนวทางในการทำงานทั้งในออฟฟิศ และการทำงานนอกสถานที่ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปี 2023 ที่กำลังจะถึงนี้ การทำงานในแบบ  hybrid working ก็ยังคงดำเนินต่อไป พร้อมทั้งการนำเอา  HR Tech  เข้ามาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร ดังนั้น  HR  มืออาชีพและ  HR ยุคใหม่จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับกระแส ซึ่งวันนี้เราจะชวนมาอัพเดท 6 เทรนด์ HR น่าจับตามองในปี 2023 ที่องค์กรยุคใหม่ต้องรู้และเตรียมรับมือให้พร้อมกัน

HR trend 2023

6 เทรนด์ HR น่าจับตามองในปี 2023

  1. Hybrid Working

การทำงานแบบ Hybrid Working เริ่มต้นได้รับความนิยมในช่วงปี 2020 ต่อเนื่องถึงปี 2022 เพราะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19  ทำให้มีการปรับรูปแบบการทำงานให้พนักงานสามารถทำงานทั้งจากที่บ้าน หรือผสมผสานกับการเข้าออฟฟิศได้ ภายใต้ข้อจำกัดเกี่ยวกับการควบคุมโรค ในปี 2023  ซึ่งเรื่องของ Hybrid Working จะกลายเป็นเรื่องปกติในการทำงานมากยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า แม้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องการควบคุมโรคแล้ว การทำงานแบบ Hybrid Working  ก็ยังคงอยู่และจะกลายเป็นเรื่องปกติของการทำงานในองค์กรสมัยใหม่ เพราะการทำงานในรูปแบบนี้ให้ผลลัพธ์และสร้างประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี

นอกจากนี้เทรนด์การทำงานแบบ Hybrid Working จะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ทำให้พนักงานได้อิสระ จัดการสมดุลชีวิตในการทำงานและการใช้ชีวิตได้มากขึ้น

  1. EVP : Employer Value Proposition

EVP หรือ Employer Value Proposition  หมายถึง การสร้างคุณค่าที่องค์กรจะมอบให้กับบุคลากร  ในปี 2023 บุคลากรที่มีคุณภาพ คนเก่งๆ ที่มีทักษะการทำงานทั้ง Soft Skills และ Hard Skills สูงจะเป็นสิ่งที่องค์กรส่วนใหญ่ต้องการและแย่งชิงกัน และพร้อมจะจ้างคนเหล่านี้ด้วยอัตราค่าตอบแทนที่สูง ดังนั้น โอกาสที่จะสูญเสียคนทำงานเก่งๆ ให้กับคู่แข่งจึงมีมาก ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้บุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง อยากทำงานกับองค์กร คือ EVP หรือ คุณค่าการทำงานที่องค์กรแสดงอย่างชัดเจน และ EVP ที่คนเก่งๆ ในปี 2023 จะให้ความสำคัญก็คือ “การลดเวลาทำงานต่อสัปดาห์ให้น้อยลง แต่ทำงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด” ดังนั้น จึงเป็นยุคที่เทคโนโลยี Automation Tools ต่าง ๆ จะเข้ามามีบทบาทต่อการทำงานขององค์กรมากขึ้น เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

สำหรับเทรนด์ของ  EVP ที่องค์กรยุคใหม่ควรเน้นเพื่อมอบให้กับบุคลากร หรือสร้างแรงจูงใจให้คนเก่งๆ อยากมาทำงานด้วย ก็คือเทรนด์ในการนำเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยลดเวลาในการทำงานของแรงงานมนุษย์ และปรับสมดุลชีวิต ใส่ใจกับความเป็นอยู่ สภาพจิตใจของพนักงานในองค์กรมากขึ้นนั่นเอง

  1. เทรนด์การพัฒนาศักยภาพพนักงาน เพื่อเพิ่ม Soft skills

ในปี 2023 กลุ่มคนทำงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรจะเริ่มเป็นคนใน  Gen-Z ซึ่งกลุ่มนี้มีความต้องการที่จะพัฒนา ‘ประสบการณ์ทำงานรูปแบบใหม่’  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้าน Soft skills รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพการทำงานเพื่อตอบรับกับเทรนด์การทำงานที่น่าสนใจ ใหม่ๆ เช่น การสร้างบรรยากาศในการทำงานที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้อิสระในการใช้ชีวิต ตอบโจทย์ Work Life Balance รวมถึงการจัดอบรมต่างๆ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและในขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมให้บุคลากรมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกด้วย

  1. Focus DEI  :   Diversity, Equity and Inclusion

เทรนด์การให้ความสำคัญกับเรื่องของ DEI หรือ Diversity, Equity และ Inclusion จะเป็นเทรนด์ที่มาแรงทีเดียวในปี 2023 เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า กำลังขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรในปี 2023 จะอยู่ที่คนยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญ กับ ความหลากหลาย (Diversity)  ความเสมอภาค (Equity) และ การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Inclusion)  หรือการรวมกลุ่มเป็นหนึ่งเดียวในองค์กร ซึ่งเรื่องของ DEI จึงเป็นสิ่งที่องค์กรยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่จะเอื้อต่อการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอยากจะมาทำงานกับองค์กรของเรา และช่วยสนับสนุนให้พวกเขาได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวอย่างของเทรนด์ DEI เช่น  การยอมรับความหลากหลายเรื่องเพศ ความหลากหลายของ เชื้อชาติ ภาษา วัยและประสบการณ์  การให้ความเสมอภาค การปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความยุติธรรม และสนับสนุนให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียม การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้ทุกคนต่างยอมรับและมองเห็นคุณค่าในการทำงานร่วมกัน  วัฒนธรรมองค์กรแบบ DEI นั้น จะทำให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยน การยอมรับในการคุณค่าของกันและกัน ซึ่งจะนำพาไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กรนั่นเอง

  1. Focus Well-being 

ในปี 2023 ผู้คนจะให้ความสำคัญกับเรื่อง Well-being หรือความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งหมายถึงรูปแบบการทำงานที่สอดคล้องหรือเอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี  และการทำงานอย่างมีความสุข มี work life balance มากยิ่งขึ้น ดังนั้น HR ยุคใหม่ควรหันมาให้ความสำคัญกับการการจัดรูปแบบหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งจัดระบบสวัสดิการที่ให้ความสำคัญกับ Well-being  หรือความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้หมายถึงสวัสดิการด้านการเจ็บป่วย ประกันสุขภาพแบบเดิม ๆ แต่หมายถึงการจัดให้มีสวัสดิการรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ มีทางเลือกในการใช้บริการมากยิ่งขึ้น เช่น  สวัสดิการค่าฟิตเนส  สวัสดิการในการจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา สวัสดิการในการจัดหาอุปกรณ์การทำงานแบบ Ergonomics, การให้บริการปรึกษาจิตแพทย์ หรือสวัสดิการกายภาพบำบัดสำหรับ Office Syndrome  ฯลฯ เหล่านี้ เป็นตัวอย่างของสวัสดิการในรูปแบบใหม่ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับ Well-being และต้องการให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข

  1. การใช้ HR Technology และ HR Outsourcing ในองค์กร

จากเทรนด์การทำงาน ในปี 2023 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า สิ่งที่จะช่วยรองรับให้การทำงานของ HR เป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และทันสมัย ก็คือการใช้ HR Technology และ Hr Outsourcing มาเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งการนำเอา HR Outsourcing เข้ามาช่วยนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยให้ได้พนักงานที่มีประสิทธิภาพเท่านั้นยังเป็นการลดขั้นตอนนการดำเนินการจ้างงานและค่าใช้จ่ายต่างของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบางบริษัทฯ ยังมีโซลูชั่นที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิเช่นการรับจ้างทำเงินเดือน ซึ่งเรียกได้ว่าตอบโจทย์ขององค์กรยุคใหม่เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้การนำ  HR Tech มาใช้ในองค์กรจะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและซ้ำซ้อน ได้เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานมีความรวดเร็ว มีการจัดการข้อมูล การแบ่งแยกและจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การบริหารจัดการเกี่ยวกับวันลา หรือ แพลตฟอร์มสำหรับงานที่มีรายละเอียดมากๆ เช่น ระบบประกันสังคม, ระบบการ check-in และ check-out งานตามเวลาเป็นต้น

HR Trend เก่าไป ใหม่มา

สรุป

จะเห็นได้ว่า เทรนด์ HR ในปี 2023 นั้น เป็นเทรนด์ของการทำงานในโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบรับกับกระแสโลก องค์กรมีความจำเป็นต้องพัฒนาตนเองเพื่อดึงดูดคนที่ทำงานเก่งๆ เข้ามาทำงานให้กับตัวเอง โดยเรื่องสำคัญที่คนเก่งในยุคใหม่ให้ความสำคัญ ไม่ใช่เรื่องของเงินเดือนที่สูงลิบลิ่วและความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับเป็นองค์กรที่ใส่ใจความเป็นอยู่และพัฒนาทักษะการทำงานให้พนักงานเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย